• เลือกหลายปลายทาง

    1

    เลือกผู้โดยสาร

    เลือกหลายปลายทาง
  • เลือกปลายทางเดียว

1
1

เลือกผู้โดยสาร

ผู้โดยสาร
ทั่วไป

0

ผู้โดยสาร
ราคาพิเศษ

  • ผู้ใหญ่ 1
  • เด็ก 0
  • ทารก 0
  • ผู้อาวุโส (60+) 0
  • นักศึกษา (18-24) 0
-
+
-
+
-
+
-
+
-
+
.00
days

.00
  • ผู้ใหญ่ 1
  • เด็ก 0
  • ทารก 0
  • ผู้อาวุโส (60+) 0
  • นักศึกษา (18-24) 0
-
+
-
+
-
+
-
+
-
+
.00
days

.00
กรุณาระบุหมายเลขการจองและนามสกุลตามที่ปรากฏในข้อมูลการจอง เพื่อตรวจสอบหรือจัดการข้อมูลการจอง
สะดวก ง่ายดายกับออนไลน์เช็คอิน ให้ท่านเช็คอินล่วงหน้าก่อนใคร 24 ช.ม. ถึง 1 ช.ม.ก่อนเวลาเดินทาง *รองรับเฉพาะเส้นทางภายในประเทศไทยเท่านั้น

โรงแรมที่พัก

ค้นหาโรงแรม รับประกันราคาดีที่สุด

ประกันภัยการเดินทาง

หากคุณกำลังวางแผนท่องเที่ยวในต่างแดน คุณคงต้องการใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อนของคุณอย่างเต็มที่
<< กลับ
สมายล์ บล็อก

ประเทศอินเดีย ดินแดนภารตะแห่งความงดงาม

Tue 01 Nov 2016
Tue 01 Nov 2016

ประเทศอินเดีย ดินแดนภารตะแห่งความงดงาม


       ประเทศอินเดีย หรือชื่อทางการ สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน และมีภาษาท้องถิ่นมากกว่า 200 ภาษา เป็นดินแดนเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ทั้ง วัฒนธรรมอารยธรรมอันล้ำค่า สถาปัตยกรรม และปติมากรรมทางพุทธศาสนาเกิดขึ้นมากมาย ล้วนมีคุณค่าสำคัญทางประวัติศาสตร์
 

      สายการบินไทยสมายล์ภูมิใจ เปิดเส้นทางใหม่ นำพาท่านเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง จาก กรุงเทพฯ เข้าสู่ 4 เมืองหลัก ( คยา ลัคเนา ชัยปุระ พาราณสี ) ที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรมอันล้ำค่าทัศนียภาพพรั่งพร้อม ในการดินทางท่องเที่ยวชื่นชมอารยธรรมที่งดงามของประเทศอินเดีย   โดยไทยสมายล์ ขอแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่น่าสนใจและนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด  เมื่อท่านเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งภารตะ แห่งนี้ค่ะ

 

ตำบลพุทธคยา เมืองคยา
 



" พุทธคยา " ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก ปัจจุบันตั้งอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเนรัญชรา ไกลจากฝั่งแม่น้ำประมาณ 350 เมตร (นับจากพระแท่นวัชรอาสน์) พุทธคยามีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือ องค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่สูงใหญ่ บริเวณโดยรอบพุทธคยายังเป็นที่ตั้งของวัดพุทธนานาชาติ รวมทั้งวัดไทยคือ วัดไทยพุทธคยา

 

" ต้นพระศรีมหาโพธิ์ " อยู่เหนือพระแท่นวัชรอาสน์ หรือโพธิบัลลังก์ ติดกับเจดีย์พุทธคยาในปัจจุบัน เป็น ๑ ใน ๒ หน่อที่แตกขึ้นมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นที่ ๓ ที่ล้มตายไป และได้ชื่อว่าเป็นต้นโพธิ์ที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธ เป็นสถานที่ ที่พระพุทธองค์เสด็จประทับยืนทอดพระเนตรพิจารณาต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ได้ประทับตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ที่เรียกว่า“อนิมิสเจดีย์” มีอายุยืนถึงทุกวันนี้กว่า ๑๓๔ ปี (นับจากเริ่มปลูกประมาณระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๒๓-๒๕๕๗)

 

ตำบลพุทธคยา – เมืองราชคฤห์

" เขาคิชฌกูฏ " เป็นภูเขาที่เอียงลาดยาวขึ้นไป ทางขึ้นไม่ลำบาก เมื่อจวนจะถึงยอดเขาก็จะเห็น บริเวณที่พระเทวทัตคิดทำร้ายพระพุทธเจ้า โดยพระเทวทัต แอบขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏ แล้วงัด ก้อนหินใหญ่ลงมา หวังจะปลงพระชนม์พระบรมศาสดาในขณะเสด็จขึ้นจะไปประทับที่กุฏิวิหารของพระองค์บนยอดเขา แต่ก็ไม่อาจทำอันตรายพระบรมศาสดาได้ เป็นแต่เพียงสะเก็ดหินได้กระเด็นไปกระทบพระบาทจนห้อพระโลหิตและหมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์พระพุทธเจ้าก็ถวายการปฐมพยาบาลพระองค์ในครั้งกระนั้น 



 

"หลวงพ่อดำ" พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินแกรนิต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่รอดพ้นจากการถูกเผาทำลายของพวกอิสลามในพุทธศตวรรษที่ 18 เมื่อครั้งที่การกวาดล้างทำลายพระพุทธศาสนาการฆ่าพระสงฆ์ และเผาทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก เล่ากันว่ามีคนพยายามจะเคลื่อนย้ายหลวงพ่อดำไปประดิษฐานที่อื่นให้ดูเหมาะ สมสง่างาม แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จนละความพยายามในที่สุด

 

ตำบลพุทธคยา – กรุงพาราณสี 


"เมืองพาราณสี" ริมฝั่งแม่น้ำคงคาเพื่อชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำและล่องเรือในแม่น้ำคงคาซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็น แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาศ  (Mt.Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามสภาพภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูงทิเบต) ชมพิธีการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคาและพิธีการเผาศพซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปีโดยกองไฟที่เผาศพไม่เคยดับมอด


 

เมืองพาราณสี - เมืองกุสินารา

"ธรรมเมกขสถูป" สถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองสารนาถ ชมพระมูลคันธกุฏิของพระพุทธเจ้า เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศก ชมกลุ่มซากกุฏิกว่า 100 หลัง นำชมเจาคันธีสถูปสถานที่พระพุทธองค์ทรงพบปัญจวัคคีย์ก่อนสำเร็จพระอรหันต์

 

เมืองกุสินารา – ลุมพินี(สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล)

"สาลวโนทยาน" ตั้งอยู่ เมืองกุสินคร ประเทศอินเดีย  เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 1 ใน 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอก1ใน2ของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมืองปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ 

 

เมืองลุมพินี – เมืองสาวัตถี

"สถานที่ประสูติ" ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิหารมหามายาเทวี (ใหม่) และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง 22 ฟุต 4 นิ้ว และมีข้อความอย่างสมบูรณ์เขียนด้วยภาษาพราหมีว่าเป็นสถานที่ ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าอโศกเสด็จมาบูชา ในปีที่ 20 แห่งรัชสมัยของพระองค์ (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13)

 

เมืองสาวัตถี -  เมืองพาราณสี

"สถูปยมกปาฏิหาริย์" สถูปขนาดใหญ่ที่เหลือเป็นเพียงเนินดิน มองดูสูงกว่าที่ใด ๆ ในนครสาวัตถี อยู่ข้างทางระหว่างเมืองพาลัมปุระ กับเมืองสราวัสสติ นับจากพระเชตะวันมหาวิหารประมาณ 2.5 กิโลเมตร ชาวบ้านเรียกว่า สวนมะม่วงของคัณฑกะ สันนิษฐานว่าสถานที่นี้คือที่ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์

 

เมืองพาราณสี 

"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำเมืองสารนาถ" ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ชมหัวเสาพระเจ้าอโศกรูปสิงห์ หันไปทั้ง 4 ทิศ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นตราราชการของอินเดีย และพระพุทธรูปที่ขุดค้นพบด้านในบริเวณป่าอิสิปตนมฤคทายวัน รวมถึงเทวรูปของมหาเทพต่างๆ ในศาสนาฮินดู

 

นครเดลี

 

"วัดอัคชาร์ดาม (Akshardham Temple)" เป็นวัดที่พึ่งสร้างขึ้นใหม่ของศาสนาฮินดู สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวและสีชมพูดูสวยงามากๆ แต่การเข้าชมวัดนั้นค่อนข้างจะเข้มงวด ท่านไม่สามารถนำ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กระดาษ ปากกา และอื่นๆ อักชาร์ดัม (Akshardham) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดลีอักชาร์ดัม (Delhi Akshardham) หรือ สวามีนารายันอักชาร์ดัม (Swaminarayan Akshardham) เป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

"กุตับมีนาร์ (Qutab Minar)" หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปฤถวีสตัมภ์ หมายถึง หอสูงของกษัตริย์ เป็นหอสูงที่เป็น Landmark อีกอย่างหนึ่งของเมืองเดลี มีความสูงรวม 238 ฟุต แบ่งออกเป็น 5 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม ภายนอกทำจากหินทรายสีแดง สร้างเป็นลูกฟูกสูงขึ้นไป ซึ่งได้มีการสร้างต่อกันขึ้นไปหลายทอด หลายยุคสมัย แต่ละลูกฟูกจารึกเป็นอักษรอาระบิกจากบทสวดในพระคัมภีร์โกหร่าน  

 

เมืองเดลี - เมืองอัครา 

" ทัชมาฮาล (Taj Mahal) " อนุสรณ์สถานแห่งความรักอัมตะที่ถูกสร้างจากหินอ่อนสีขาวพิสุทธิ์อันงามวิจิตร จนได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกพระเจ้าชาร์เจฮาน ทรงมีรับสั่งให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระศพของพระนางมุมตัส มาฮาล พระมเหสีซึ่งสิ้นพระชนม์จากการมีพรประสูติกาลในปีค.ศ. 1631 สถานที่แห่งนี้ใช้เวลาสร้างถึง 22 ปี ด้วยแรงงานกว่า 20,000 คน ออกแบบและตกแต่งจากช่างฝีมือเอกของโลกในยุคนั้น ประดับประดาด้วยอัญมณีและหินสีนานาชนิดบนหินอ่อนสี ขาว ภายในมีที่บรรจุพระศพของพระนางมุมตัสมาฮาล และพระเจ้าชาร์เจฮาน ไว้ เคียงคู่กับทัชมาฮาลจนตราบชั่วนิรันดร์กาล

 

" อัคราฟอร์ท (Agra Fort)" สร้างด้วยหินทรายสีแดง ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าซาร์เจฮาน ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร โดยรอบภายในมีสิ่งปลูกสร้างมากมายจนเป็นเสมือนเมืองเล็กๆ ในเมืองอัครา ในป้อมแห่งนี้ท่านจะได้ชมท้องพระโรงอันรโหฐาน ซึ่งใช้เป็นที่รับรองราชอาคันตุกะและทูตานุฑูต ราชบัลลังก์มยุรารำแพน อันมีชื่อเสียงเคยประดิษฐานที่นี่ ปัจจุบันอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และหอคอยรูปแปดเหลี่ยม สถานที่คุมขังพระเจ้าซาร์เจฮานไว้ 7 ปี

 

เมืองอัครา - เมืองชัยปูระ

"พระราชวังฟาเตห์ปูร์ สิกรี (Fatehpur Sikri )" สร้างโดยพระเจ้าอักบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล พระองค์เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ มีพระมเหสีถึง 4 พระองค์ แต่เดิมเรียกว่า ฟาติฮาบัท แปลว่า เมืองแห่งชัยชนะ ตอนนั้นกษัตริย์อักบาร์ได้ชัยชนะในสงครามอินเดียตอนใต้ ต่อมาภายหลังจึงเพี้ยนมาเป็น ฟาเตห์ปูร์ เมืองนี้ สร้างด้วยหินทรายสีแดง ตั้งอยู่บนภูเขาใกล้หมู่บ้านสิครี ใช้เวลาสร้างถึง 9 ปี จึงแล้วเสร็จ ชมศิลปกรรมของราชวงศ์โมกุลที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดหนึ่งเดียวในอินเดีย ภายในฟาเตห์ปูร์ สิกรี

 

"พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Fort)" สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชปุต ริมเชิงหน้าผามีทะเลสาบซึ่งสะท้อนภาพของป้อมปราการแห่งนี้ให้เป็นทัศนียภาพที่น่าชมยิ่งนัก การนำเข้าชมภายในท่านจะได้นั่งบนหลังช้างที่ตกแต่งประดับประดาวิจิตร ประหนึ่งเป็นมหาราชามีนักดนตรีบรรเลงมโหรีขับกล่อมและจากระเบียงชั้นบนจะมองเห็นความงดงามของทะเลสาบเบื้องล่าง
 

"ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือวังแห่งสายลม" ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาไสวประทับสิงห์ด้วยศิลปะราชปุตเป็นอาคารหินทรายสีชมพู มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องให้ลมผ่านและเพื่อให้สตรีสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง รวมทั้งขบวนแห่ต่างๆ โดยที่บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสตรีเหล่านั้นได้ ปัจจุบันอาคารนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชัยปูระ

 

เมืองชัยปุระ – เมืองจ๊อดปูร์

"หอนาฬิกา (clock tower)" อันใหญ่และคลาสสิกตั้งอยู่ในบริเวณที่รายล้อมด้วยผู้คนพลุ่นพล่านในยามกลางคืนหอนาฬิกาจะเปิดไฟหลากสี เมื่อสะท้อนออกมาก็งดงามอีกแบบหนึ่ง และที่นี่เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่จะมองเห็นความเป็นไปของวิถีชีวิตชาวเมืองจ๊อดปูร์ได้อย่างดีที่สุด

 

"อนุสรณ์สถาน (Jaswant Thada)" ตั้งอยู่ห่างจากป้อมเมห์รานการห์ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร อนุสรณ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ ซิงห์ที่ 2 (Maharaja Jaswant Singh II) หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี โดยเป็นมหาราชาที่ได้การนับถือจากประชาชนมากมาย เป็นทั้งผู้ริเริ่มโครงการชลประทาน จัสวันต์ธาดาสร้างจากหินอ่อน ที่ประตูและเสาแกะสลักลวดลายได้ละเอียดอ่อนและงดงาม ภายในมีสวนเล็กๆ สร้างความร่มรื่น และชมวิวทิวทัศน์ได้

 

"พิพิธภัณฑ์พระราชวังอูเมด พาวัน พาเลส (Umaid Bhavan Palace)" ตั้งอยู่บริเวณถนนพาเลซ ห่างจากเมืองจ๊อดปูร์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1929 เป็นพระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นในยุคใหม่และเป็นพระราชวังสุดท้ายที่สร้างขึ้นก่อนอินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ หรือในสมัยของมหาราชาอุเหมด สิงห์ (Maharaja Umaid Singh) โดยใช้ฝีมือแรงงานกว่า 3,000 คน และใช้เวลาก่อสร้างถึง 15 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ

 

เมืองจ๊อดปูร์– เมืองอุไดปูร์

"ป้อมเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort )" ป้อมนี้เป็นป้อมโบราณที่มีความยิ่งใหญ่และเป็นหนึ่งในสี่ของพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด และเป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ไม่มีป้อมปราการใดจะงามสง่าเท่าเมห์รานการห์ฟอร์ทแห่งนี้ มหาปราการหินถูกสร้างบนเนินเขาที่มีความสูง 122 เมตร ใน ค.ศ. 1459 ภายในตกแต่งด้วยแก้วหลากสี แบ่งห้องหรือท้องพระโรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง ได้แก่ ตำหนักMoti Mahal , Sheesh Mahal , Phool Mahal ภายในยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม


"ล่องเรือในทะเลสาบ พิโคลา (Pichola Lake)" ซึ่งนําความชุ่มชื่นอุดมสมบรูณ์มาสู่เมืองทะเลทรายแห่งนี้ ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบยามเย็น มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ Lake Palace สร้างโดย Maharana Jagat Singh II เมื่อปี ค.ศ. 1743 ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว และเกาะ Jag Mandir 

 

เมืองอุไดปูร์ – เมืองมุมไบ

 

"พระราชวังซาชจันการห์ (Sajjan Garh)" หรือพระราชวังฤดูฝนของมหารานาแห่งอุไดปูร์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูง ห่างจากตัวเมืองอุไดปูร์ไปทางเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักในยามล่าสัตว์ ปัจจุบันเป็นสถานที่สำหรับชมพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของพระราชวังซิตี้พาเลซและวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบพิโคลาได้อย่างชัดเจน

 

เมืองมุมไบ– เมืองออรังกาบัท

"ประตูชัยอินเดีย (Gateway of India)" ที่สร้างด้วยหินทรายสีน้ำผึ้งตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งทะเลอาราเบีย ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของนครมุมไบ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถึงการเสด็จมาเยือนอินเดียเป็นครั้งแรกของพระเจ้าจอร์ทที่ 5 และพระราชินีแมรี่ เพื่อทรงร่วมงานเดลีดารบัร และกองทัพอังกฤษชุดสุดท้ายที่ปกครองอินเดียเดินทางกลับโดยลอดซุ้มประตูโค้งแห่งนี้

 

"เกาะเอเลเฟนต้า (Elephanta Cave)" หรือ ฆรบุรี เพื่อชมถ้ำเอเลเฟนต้า หรือถ้ำช้าง ได้ชื่อตามหินสลักรูปช้างขนาดใหญ่ นำชมภายในเทวาลัยถ้ำอันอลังการ ขุดเจาะตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 -8 นำสักการะ “ตรีมูรติ” เทวรูปพระศิวะสามเศียร แสดงปางผู้สร้าง ผู้รักษา และผู้ทำลาย ถ้ำแห่งนี้ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1987

 

เมืองออรังกาบัท – ถ้ำมหัศจรรย์ “อชันต้า”

"ถ้ำอชันต้า (Ajanta Caves)" เป็นถ้ำมหัศจรรย์ที่สร้างเข้าไปในร่องเขา ซาหะยาตรี ซึ่งเกิดจากลาวาที่ไหลมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ สร้างขึ้นในระหว่างปี 200 ก่อนพุทธศตวรรษถึงปี ค.ศ. 650 ประกอบไปด้วยถ้ำต่าง ๆ 29 ถ้ำ และที่สร้างยังไม่เสร็จอีก 1 ถ้ำ รวมเป็น 30 ถ้ำ งานศิลปกรรมภายในถ้ำเป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะในพุทธศาสนานิกายมหายานและหินยาน

 

เมืองออรังกาบัท – ถ้ำมหัศจรรย์ “เอลโลร่า” - เมืองมุมไบ 

"ถ้ำเอลโลร่า" ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองออรังกาบัท 30 กิโลเมตร งานศิลปกรรมภายในถ้ำเน้นหนักในด้านประติมากรรมแกะสลัก ซึ่งต่างไปจากถ้ำอชันต้า ถ้ำนี้สร้างขึ้นภายหลังที่สร้างถ้ำอชันต้าเสร็จแล้ว เชื่อกันว่าเมื่อพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมจากอินเดีย และศาสนาฮินดูกลับมาเจริญขึ้นอีกครั้ง ประกอบไปด้วยถ้ำทั้งหมด 34 ถ้ำ มีความยาว 2 กม. เป็นถ้ำทางพุทธศาสนา 12 ถ้ำ ฮินดู 17 ถ้ำ และเชน 5 ถ้ำ

 

      สำหรับท่านผู้ที่สนใจ ไปท่องเที่ยวประเทศอินเดีย แต่ยังไม่ชำนาญเส้นทาง ไทยสมายล์แนะนำให้ท่านเดินทางเป็นกลุ่ม พร้อมมัคคุเทศก์ ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้ง ข้อมูล ความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างๆ นอกจากจะได้เที่ยวแล้ว ยังได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถานที่ต่างๆ ด้วยนะคะ
 

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

บริษัท ศรัทธาทัวร์ จำกัด ( Condidence Travel Serive Co.,Ltd. )
โทรศัพท์ : 02-668-4259-62 , 02-243-3069 , 02-243-5569
มือถือ : 087-906-6605
เว็บไซต์ : www.1confidence.com , www.indialuxuryrail.com 
 

<< กลับ

บล็อกอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บล็อกอื่นๆ ที่น่าสนใจ

social hub
social hub
#ThaiSmileAirways

ติดตามเราเพื่ออัพเดทก่อนใครได้ที่ :

social hub social hub
X
social hub social hub

#ThaiSmileAirways

ภาพความประทับใจของช่วงเวลาแห่งรอยยิ้มที่คุณมีกับสายการบินไทยสมายล์ จะถูกบันทึกไว้ที่นี่ ผ่าน #ThaiSmileAirways
ร่วมแชร์ความทรงจำของคุณกับเราด้วยการติดแฮชแท็กนี้กันนะคะ

Close X
social

Thai Smile Airways | Airbus A320-200 : HS-TXU “ฉะเชิงเทรา” #rajspotter #kaofangspotter #thaismile #thaismileairways #kkc #vtuk #khonkaen #Airbus #boeing #aviation #avgeek #avporn #aviation #aviator #planespotter #planespotting #spotter #spotting #airport #aircraft #plane #jetplane #instaplane #igplane #planelovers #aircraftlovers #boeinglovers #airbuslovers #planepics

social hub

social

#flysmile #thaismileairways #amsofat @-@

social hub

social

อิ่ม อร่อย ทุก เมนู..food on flight..#flyingthai #thaismileairways #pleasantflight #freshfood #yummy

social hub

social

✈️ ทัวร์จีน ซัวเถา เฮี้ยงบู้ซัว ไต่ฮงกง 5 วัน 4 คืน

social hub

social

Morning flight..#goodmorning #happyflight #thaismileairways #flyingthai #pleasantflight #happytrip #travel #oldmentravel #oldmenlife

social hub

social

fly fly fly

social hub

social

Good Night Thai smile Aircraft: Airbus A320 - 200 Reg: HS - TXA #thaismile #WE #thaismileairways #thai #thaiairways #微笑泰航 #タイ・スマイル #airbusa320 #320 #airbusa320200 #空中巴士A320 #空中巴士A320200 #A320 #A320200 #kaohsiunginternationalairport #RCKH #KHH #ken_aviation_ig

social hub

social

อาหารบนไฟลท์ WE048 กินแบบไกค์ มีเวลากินน้อย รับมาบอกว่า อีก 30 นาทีถึงปลายทาง #thaismileairways

social hub

Load More